วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

ข้อคิดหนังสือ :สร้างเงินล้านก่อนเรียนจบ ตอน 4

บทที่ 3 ซื้อตัวไหนดี ?
     หลังจากที่ทุกคนฟิตตัวเองก่อนลงสนามกัน ก็ได้เวลาเปิดพอร์ตลงทุนจริง ! แต่อยากเตือนนิดนึง   ถ้าบางคนชอบจองหุ้น IPO ก็ควรจะเลือกโบรกเกอร์ให้ถี่ถ้วนหน่อย  เพราะบางโบรกเกอร์เค้าจะใช้วิธีสุ่มให้ IPO  ลูกค้าตาม  Volume  หรือพอปริมาณการเทรด  ซึ่งอันนี้รายย่อยอย่างเราๆอาจจะกินแห้วได้
       สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่พึ่งเข้ามาร่วมวง SET รอบนี้ (ตลาดกระทิงดุ) อาจจะเข้ามาโดยยังไม่ทันได้ศึกษาเรื่องหุ้นมาก่อน  เพราะคนส่วนมากก็ซื้อหุ้นตามเซียนหรือไม่ก็ซื้อตามที่โบรกเกอร์แนะนำ  ในเว็บของโบรกเกอร์ส่วนมากก็จะมีคอลัมน์ "หุ้นเด็ด" ซึ่งเป็นข่าวหรือบทความเกี่ยวกับหุ้นที่กำลังฮอต  มีข่าวดีและมีราคา  เป้าหมายที่ล่อตาล่อใจเหลือเกิน 
    หุ้นที่ขึ้นมาอยู่ในคอลัมน์หุ้นเด่น  หุ้นเด็ดส่วนใหญ่มันเป็นสัญญาณที่บอกว่าเราช้าไปแล้ว  คือราคาหุ้นขึ้นมามากแล้ว แน่นอนว่าการซื้อหุ้นที่ราคาพุ่งขึ้นมามากแล้วนั้น  ก็ทำให้มันเสี่ยงมากขึ้นด้วย
      หลายคนอาจจะถามว่า  ก็เราไม่เคยดูหุ้นมาก่อน  แล้วจะรู้ได้ไงว่าจะซื้อตัวไหน  ถ้าไม่อ่านในเว็บ  ไม่ถามโบรกเกอร์  แล้วจะไปรู้จักบริษัทดี ๆ เจ๋ง ๆ ได้ไง ? ตอบว่า อ่านน่ะนอ่านได้  แต่อ่านบทวิเคราะห์ต่าง ๆ แล้วกรุณาไปค้นคว้าหาข้อมูลเองด้วย แล้วค่อยพิจารณาว่าหุ้นนั้นดีจริง  ราคาอยู่ในช่วงที่เหมาะสมกับสภาพบริษัทหรือเปล่า 
     การซื้อหุ้นดี ๆ แต่ผิดเวลาผิดราคานั้น  ผลที่ออกมาในระยสั้นมันอาจจะแย่กว่าการที่ซื้อหุ้นไม่ดี  แต่ถูกเวลาซะอีก  ดังนั้น  การที่เราจะเลือกซื้อหุ้นซักตัวมาประดับพอร์ตที่เราเคารพรักนั้น  ก็ช่วยเลือกให้ถี่ถ้วนหน่อย 
    ถ้านักลงทุนมือใหม่ (โดยเฉพาะผู้หญิง)ใช้เวลาและความพยายามพอ ๆ กับการเลือกซื้อเสื้อผ้า  เครื่องสำอาง  ให้ตัวเอง  คงยากที่จะมีคนขาดทุน  ถามว่าใครเคยซื้อเสื้อเพียงเพราะเพื่อนโทรมาบอกว่า  เฮ้ย ซื้อเสื้อป่าว  สวยนะ  โดยที่เรายังไม่ได้เห็น  ไม่ได้ลอง  ไม่มีหรอกค่ะ 
     ผู้หญิงเวลาเข้าร้านเสื้อผ้า  ลองแล้วลองอยู่นั่นแหละ   ตัวนี้สวยมั้ย  แล้วก็ต้องเทียบกับอีกตัว  เสร็จแล้วต้องลองว่าไซส์เหมาะกับเราหรือเปล่า  แล้วก็ยังไม่เสร็จง่าย ๆ ต้องเทียบราคาก่อน เฮ้ย ! ร้านนี้ขายแพงไปป่าวเมื่อเทียบกับร้านเมื่อกี้  แล้วนี่มีโปรโมชั่นลดราคามั้ย ? ถ้ามีโปรโมชั่นเดือนหน้า  อ่ะ งั้นรอเดือนหน้าค่อยซื้อก็ได้  แล้วก็จะพยายามต่อเอา ๆ ให้ได้ราคาที่คิดว่าถูก  ที่คิดว่าคุ้มที่สุด
   ก่อนซื้อหุ้น ควรดูก่อนว่าสวย (กำไร) มั้ย เมื่อเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน  แล้วเป็นหุ้นที่เหมาะกับเรามั้ย ? หมายถึงเราเข้าใจบริษัทและธุรกิจเค้าหรือเปล่า  แล้วราคามันแพงไปหรือยัง ? เราควรจะซื้อเก็บเวลาหุ้นลงมั้ย ? (รอโปรโมชั่น) 
      ถ้าใครเอาหลักการนี้มาเลือกหุ้นด้วยตัวเองโดยที่ไม่ฟังและตามคนอื่นแบบไม่ลืมหูลืมตา  คงไม่มีใครขาดทุนหุ้นจนหมดตัว
     Peter   Lynch   นักลงทุนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งได้เขียนไว้ในหนังสือของเค้าว่า   " ความเป็นคนธรรมดาของเรานั้นสามารถนำมาใช้ให้ได้เปรียบพวกนักวิเคราะห์ที่อาจดูอยู่แต่กราฟกับตัวเลข "
      แทนที่จะทำเรื่องที่เราไม่ถนัด  ไปพยายามซื้อตามเซียนโดยที่เราก็ไม่รู้จักธุรกิจหรือหุ้นนั้น ๆ เลย เราก็ควรมองรอบ ๆ ตัวดูว่า  สินค้าหรือบริหารที่เราขาดไม่ได้มีอะไรบ้าง  แล้วรอบ ๆ บ้านเรามีบริษัทอไรที่คนใช้บริการเยอะมาก ๆ นั่นแหละหุ้นที่ควรจะเตะตาเรา หลังจากนั้น  เราก็กลับไปศึกษาบริษัทนั้นให้ลึกลงไป ก่อนจะลงทุน

หุ้นในพอร์ตมีแต่ "หุ้นใกล้บ้าน" ที่พบเห็นหรือใช้บริการอยู่บ่อย ๆ 
และสามารถเห็นได้ชัดว่าแทบทุกคนแถวนั้นจะต้องใช้สินค้า
และบริการของบริษัทนี้


บทที่  4  กำไรบานกับหุ้นใกล้บ้าน
   หุ้นดี ๆ นั้นหายาก  ยิ่งถ้าอายุยังน้อย  ไม่มีประสบการณ์อย่างเรา ๆ ไม่ได้เป็นเซียน  ไม่ได้เป็นโบรก ฯ ก็จะยิ่งทำให้ความฝันที่จะได้หุ้นดี ๆ มาครอง ดูจะยิ่งไกลมากขึ้นไปอีก
    หุ้นดี ๆ หลายตัวนั้นมันอยู่ใกล้เรานิดเดียวเอง  แล้วยิ่งถ้าเป็นหุ้นประเภท "หุ้นใกล้บ้าน" เราก็ยิ่งมีโอกาสจะได้เห็นศักยภาพของบริษัทนั้น ๆ ก่อนที่วิเคราะห์จะออกมาเชียร์ดันราคาซะอีก  เหมือนแฟนเลย  วัยรุ่นชอบบ่นว่า  เฮ้อ.....ความรักดี ๆ อยู่ที่ไหน  แต่ดันลืมมองคนใกล้ตัวที่เราเจอเค้าบ่อย ๆ และคนที่คอยช่วยเหลือเราเสมอ ! 
       หุ้นก็เหมือนกัน  อย่างที่บอกในบทที่แล้วว่าอย่าซื้อหุ้นตามคนอื่น  โดยที่ไม่ศึกษาเองก่อน เพราะการซื้อหุ้นตัวเดียวกันแต่คนละเวลา  คนละเวลา  ผลมันต่างกันเยอะ 
  หุ้นแต่ละตัวที่จะพูดถึงนั้น  บางตัวก็พลาดซื้อไม่ทัน  บางตัวก็ขายไปแล้ว หรือบางตัวยังถืออยู่  แต่ก็แทบจะไม่มีความเสี่ยง  เพราะซื้อเก็บไว้ตั้งแต่ที่ราคาต่ำมาก ๆ  หุ้นในฝันที่ทำกำไรก็คือ เพื่อนใกล้ตัวที่เจอทุกวัน  เวลารีบ ๆ แล้วไม่มีเวลาทานข้าว  เค้าจะคอยถามเสมอว่า "รับขนมจีบกับซาลาเปามั้น" ? ใช่เลยค่ะ  CPALL นั่นเอง  
         หลายคนเคยตั้งข้อสังเกตุว่า  ร้านเซเว่นนี่มีเยอะเวอร์มาก และถ้าใครว่าจัดแบบไม่มีอะไรทำ  ก็ลองนั่งนับคนดูสิค่ะ  สิบนาทีมีคนเข้ากี่คน  พวกสาขาที่ทำเลดี ๆ อย่านับคนเลย ดูแค่แถวรอจ่ายตังค์ก็พอจะรู้แล้วว่าลูกค้าเยอะขนาดไหน  ลูกค้าเยอะ  ก็ขายของได้เยอะ  เท่ากับกำไรมากมาย  นี่แหละค่ะ  สิ่งที่เราควรสังเกตุ
          อีกตัวหนึ่งมันคือ  AOT ค่ะ ! อันนี้อาจจะไม่ทุกคนที่เดินทางต่างประเทศ  แต่พวกนักเรียนนอกหรือหลาย ๆ คนที่ต้องบิน  รวมถึงแม้กระทั่งพี่ ๆ พนักงานทุกคนที่ทำงานที่สนามบินทุกคนสามารถรู้ถึงศักยภาพของหุ้นตัวนี้  โดยไม่ต้องพึ่งเซียนคนไหน !
         พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ได้ไปแอร์พอร์ตบ่อย ๆ คงจะสังเกตุว่าสองปีที่ผ่านมา (นับจากที่หนังสือเล่มนี้วางขายลงไป)  คนเดินทางเข้าออกไทยเยอะแค่ไหน แถวตรวจพาสปอร์ตนี่ยังกะเข้าแถวกิน After you คนเยอะจนเค้าเปลี่ยนมาให้คนไทยแตะนิ้วแทน ซึ่งคนเยอะขนาดนี้  ทุกคนก็ต้องจ่ายภาษีสนามบิน เพราะฉะนั้น ก็แน่นอนว่ารายได้ของ AOT ต้องพุ่ง เมื่อเห็นอย่างนี้เมื่อสองปีที่แล้วนานิก็เลยลองศึกษา  แล้วก็ตัดสินใจซื้อค่ะ 
     อีกตัวหนึ่ง KBANK อันนี้วัยรุ่น วัยเพิ่งทำงานคงต้องเคยตื่นเต้นกันบ้าง ? และนี่ก็นำมาสู่ประเด็นสำคัญของบทนี้  นั่นคือ เวลาเราประทับใจสินค้า  บริการ หรือเห็นว่าบริษัทไหนที่แทบทุกคนเข้าทุกคนใช้  แทนที่เราจะหยุดข้อสังเกตุและหยุดความประทับใจของเราไว้แค่นั้น  อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนเอาสิ่งที่เห็นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการลงทุน 

เวลาเจอหุ้นเตะตา  ก็ไม่ใช่ว่าซื้อไปเลย อย่างนั้นตายพอดี
เพราะฉะนั้น  ต่อให้เจอหุ้นเตะตา  เจอบริษัทที่ "โดน" แล้ว
ก็ต้องไปศึกษาดูให้แน่ใจก่อน  แล้วถึงค่อยซื้อ 

       อีกตัวหนึ่่ง  ตัวนี้เด็ดสุด มีใครไม่เคยเดินเซ็นทรัลบ้าง ? เซ็นทรัลนี่เป็นที่สิงสถิตของพวกเราเลย เห็นเลยว่าเซ็นทรัลไปไหน  คนก็แห่กันมา  เห็นอย่างนี้นานิก็เลยเข้าซื้อหุ้นเซ็นทรัล (CPN) ที่ราคาประมาณเกือบ ๆ 20 บาท  แล้วกะถือยาว (ซึ่งถ้าถือยาวจะฉลาดมาก ๆ เพราะตอนนี้จะ 100 บาทอยู่แล้ว) 
      อยากจะบอกว่า  ศักดิ์ศรีกินไม่ได้นะคะ  ถ้าเราเกิดดวงดี  ซื้อแล้วหุ้นขึ้น โดยเหตุผลไม่ได้ตรงกับที่เราคิดไว้  ก็ไม่ต้องไปหยิ่งศักดิ์ศรีอะไรหรอก รับ ๆ กำไรไปเหอะ ! 
      ยังมีหุ้นใกล้บ้านอีกหลายตัวรอเราอยู่  อ่านบทนี้แล้ว  วันนี้ระหว่างกลับบ้านอย่าลืมมองรอบ ๆ ตัวแล้วหาบริษัทดี ๆ ที่เตะตา  เอากลับไปวิเคราะห์ต่อที่บ้านนะค่ะ 

โปรดติดตามตอนต่อไป >>>>ครับ 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น